วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิถีตัน ตอน 7 ไปด้วยกัน ไปด้วยใจ..ไปได้ไกล


กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ 7มี.ค. 2554 
            วิธีบริหารเวลาพร้อมกับดูแลสุขภาพให้เพลิดเพลินสำหรับผม คือ ใช้เวลาดูทีวีและออกกำลังกายไปด้วยกันครับ
            วันหนึ่งระหว่างยืดเส้นยืดสายเพลินๆบังเอิญเปิดทีวีช่อง3เจอนางรำชาวจีนนับ 20 ชีวิตกำลังร่ายรำ"กวนอิมพันมือ"


           แต่ละคนเคลื่อนไหวมืออย่างอ่อนช้อยทรงพลัง ยืนซ้อนตัวกันเป็นรัศมีอยู่ข้างหลังเจ้าแม่กวนอิม อย่างพร้อมเพรียง
            ตอนแรกผมแค่ดูเพลินๆ ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะการแสดงสุดอลังการโดยใช้การฝึกฝนอย่างหนักแบบนี้มีให้เห็นทั่วไปสำหรับคณะนาฎศิลป์จีน
            จนกระทั่งความคิดสะดุดขึ้นอีกครั้งหลังโชว์จบ เมื่อได้ยินเสียงผู้ประกาศดังขึ้น“ถ้าชอบการแสดงนี้ขอให้ผู้ชมช่วยชูมือขึ้นแล้วปรบมือเหนือศีรษะ” 
            ทำไมหรือครับ..ก็เพราะบรรดานักแสดงสาวบนเวทีเป็นชาวจีนที่พิการทางการได้ยินทั้งหมด การที่ผู้ชมชูมือขึ้นปรบบนศีรษะจะทำให้พวกเธอรับรู้ถึงกำลังใจที่ส่งขึ้นมา..แม้ไม่ได้ยินด้วยประสาทหูแต่ก็รับรู้ได้ด้วยประสาทตา  
            เบื้องหลังกว่าจะเป็นโชว์กวนอิมพันมือบันลือโลกชุดนี้ ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ   
            กว่าคนปกติจะฝึกฝนการแสดงสวยงามได้แบบนี้ก็ยากพอตัวอยู่แล้ว  แล้วคนหูพิการที่ไม่สามารถได้ยินจังหวะของดนตรีประกอบแม้แต่น้อย..เขาทำอย่างไร
             คำตอบคือระหว่างการแสดงนางรำในโลกเงียบทั้ง 20 คนจะมุ่งสมาธิจดจ่อไปที่คนๆ เดียว คือ คอนดัคเตอร์ที่ยืนข้างเวทีทำหน้าที่ชูไม้ส่งสัญญาณให้จังหวะตามเสียงดนตรีนั่นเอง
 ผมคิดถึงตอนเป็นเด็ก ทุกตรุษจีนจะเห็นการแสดงเชิดมังกรนครสวรรค์ ขบวนมังกรยิ่งยาว ยิ่งแสดงถึงความเหนือชั้น ระยะทางจากหัวมังกรยาวไปจนถึงหางใช้คนไม่ต่ำกว่าสิบ 
มีหลายคนซ่อนอยู่เช่นนี้ ถ้าไม่มีความสามัคคีมังกรจะเคลื่อนไหวอย่างทรงพลังได้อย่างไร
หลักการคล้ายๆ กับการแสดงกวนอิมพันมือ คือระหว่างที่คนเชิดหัวมังกรดูจังหวะการเคลื่อนไหวจากแป๊ะยิ้ม แล้วหางมังกรที่ห่างไปเกือบสิบเมตรล่ะจะยังเห็นพัดสะบัดโบกของแป๊ะยิ้มให้จังหวะหรือไม่...ไม่เห็นแน่นอน 
แต่เขาฟังเสียงกลองใช้เป็นจังหวะการร่ายรำและย่ำเดินแต่ละก้าว  การอาศัยจังหวะของสมาชิกที่ทำหน้าที่แตกต่างกันในทีมจึงสร้างสรรค์การแสดงที่ตื่นเต้นเร้าใจได้อย่างดี 
เมื่อดูการแสดงแล้วก็ย้อนกลับมาดูในองค์กรของเรา แป๊ะยิ้มหรือคอนดัคเตอร์เปรียบไม่ต่างกับตำแหน่งผู้นำอย่างซีอีโอ ส่วนเสียงกลองที่สร้างจังหวะการก้าวเดินของสมาชิกเปรียบเหมือนวัฒนธรรมองค์กร กฎระเบียบ และเป้าหมายของบริษัทที่ทำให้ทุกคนก้าวเป็นจังหวะเดียวกัน
 องค์กรที่ใหญ่มากๆมีพนักงานเยอะๆว่าไปแล้วก็เหมือนริ้วขบวนมังกรตัวยาวๆ คนเชิดหัวมังกรที่ตำแหน่งแถวหน้าไม่กี่คนเท่านั้นครับที่จะได้พบปะใกล้ชิดกับซีอีโอ ส่วนคนข้างหลังไกลออกไปอย่างพนักงานระดับล่าง ต้องเคลื่อนตัวตามจังหวะกลองที่เสียงดังฟังชัด
แต่บางครั้งจังหวะเสียงกลองอย่างเดียวก็อาจจะดังไม่พอ ต้องมีผู้นำลงไปเป็นคอนดัคเตอร์ประกบส่งสัญญาณชัดๆย้ำให้เดินถูกจังหวะ
ซีอีโอเป็นคนชี้นำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร  ส่วนวัฒนธรรมองค์กรก็เป็นเบ้าหล่อหลอมทัศนคติของคนในบริษัท  
ดังนั้นเราจึงเห็นคาแรคเตอร์ของแต่ละบริษัทผุดในหัวทันทีที่มีการเอ่ยถึงชื่อบริษัทต่างๆในวงสนทนา
องค์กรบางแห่งมีวัฒนธรรมการทำงานสนุกสนาน บางแห่งดูทันสมัยเต็มไปด้วยสไตล์คนรุ่นใหม่ ยังไม่รวมคำขยายความอีกมาก เช่น ลุย ใจบุญ ทุ่มเท การเมือง เขี้ยว โหด  โอ้โห...สารพัดคำบรรยายครับ   
ทุกองค์กรจำเป็นต้องมีคอนดัคเตอร์ ไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่มีหางเสือในการกำหนดทิศทาง และถ้าไม่มีวัฒนธรรมองค์กรคอยทำหน้าที่เป็นเหมือนเสียงกลอง จังหวะก้าวเดินคงสะเปะสะปะ ขัดแข้งเกี่ยวขา..เละกันไปข้าง
 ในฐานะสมาชิกถ้าคุณสามัคคีกันก็สามารถร่วมกันสร้างวัฒนธรรมขององค์กรอย่างที่ปรารถนาได้  เริ่มต้นจากตัวเองก่อน หากต้องการอะไร ต้องให้สิ่งเดียวกันนั้นกับคนรอบข้าง
ใช้“ใจแลกใจ”..ให้โดยไม่หวังการตอบแทนจากคนรอบข้าง
ยึดหลักใจเขาใจเรา..ฝึกบ่อยๆจนกระทั่งกลายเป็นนิสัยทำมาจากใจ  
ผมเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆ ที่สุดแล้วก็จะยิ่งมีแต่สิ่งดีๆย้อนกลับเข้ามาสู่ชีวิตเราเสมอ
โน้ส อุดม  แต้พานิช  เป็นคนหนึ่งที่ตอกย้ำความเชื่อนี้กับผม  เรารู้จักกันมาตั้งแต่กอดคอชวนกันทำเรื่องดีๆเริ่มจากงานศอช.(ศูนย์อำนวยความสะดวกในการชอปปิง)เพื่อช่วยเหลือร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปีที่แล้ว
ถ้าเริ่มต้นคบกันด้วย“เงิน”นักธุรกิจอย่างผมกับศิลปินอย่างเขา..เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง
แต่เพราะเริ่มต้นคบกันด้วย“ใจ”ทุกวันนี้เราถึงกลายมาเป็นคู่ซี้ต่างขั้วที่หากันจนเจอ
ตั้งแต่นั้นอุดมก็ให้ความช่วยเหลือลงแรงร่วมใจกับผมเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการประตูใจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศ ช่วยเป็นโปรดิวเซอร์ทอล์คโชว์เดี่ยวเดี่ยวกับตันเพื่อหาทุนสร้างโรงเรียนอนุบาลบ่อทอง ล่าสุดยังนึกสนุกกระโดดมาเล่นหนังโฆษณาดับเบิ้ลดริ้งค์ด้วยกันอีก
เชื่อไหมครับ ทั้งหมดนี้เขาไม่เคยคิดค่าตัวสักบาทเดียว ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยใจอ่อนทำงานฟรีแบบนี้ให้ใครง่ายๆ
อุดมทำให้เห็นว่าคำว่ามิตรภาพเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน
            ไปๆมาๆโชว์นางรำในโลกเงียบคั่นเวลาออกกำลังกายและมิตรภาพกับอุดม ชวนให้ผมอมยิ้มนึกถึงหลักการบริหารใจคน บริหารองค์กร
            นอกจากคอนดัคเตอร์กับเสียงกลอง ยังมีสิ่งสำคัญที่อาจจะไม่เห็นได้ด้วยตา ไม่ได้ยินด้วยหู แต่สามารถรับรู้ได้ด้วยใจ
            นั่นคือ มิตรภาพที่จะนำพาองค์กรของเราก้าวไปด้วยกัน ถ้าไปด้วยใจ..แล้วจะไปได้ไกลครับ  
-----------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น