กรุงเทพธุรกิจ จันทร์11เม.ย. 2554
เทศกาลหยุดยาวสงกรานต์นี้ หลายคนคงเตรียมวางแผนพักผ่อนในจกันแล้ว ปกติถ้ามีวันหยุดว่างๆอย่างนี้ ผมชอบไปเที่ยวทะเลครับ ขอยืนยันว่าทะเลเมืองไทยสวยที่สุดในโลก
สถานที่โปรดแห่งหนึ่งที่ผมชอบไปประจำ คือ ปราณบุรี เพราะเงีบยสงบเหมาะกับการพักผ่อนมาก
5 ปีท่แล้ว ผมกับครอบครัวไปเที่ยวทะเลที่นั่น บังเอิญไปพบที่ดินติดชายหาดผืนหนึ่งสวยมากและเป็นผืนเดียวที่เหลืออยู่ เลยติดต่อขอซื้อมาสร้างเป็นบูติคโฮเต็ลเล็กๆชื่อว่า "วิลล่า มาร็อค"
กว่าจะสร้างเสร็จใวลานานมากกว่า 3 ปี เพราะเป็นงานที่ต้องประรีตใส่ใจในทุกๆรายละเอียดให้ถูกต้องตามแบบศิลปะโมร็อกโกจริงๆ
แต่เมื่อเสร็จแล้วก็สวยสมใจ หายเหนื่อย ทุกวันนี้มีคนแวะเวียนกันมาถ่านรูปมากกว่าแขกที่เข้ามาพัก จนผมอยากจะเรียที่นี่ว่าเป็น "ประติมากรรมริมทะเล" มากกว่าโรงแรมเสียอีก
การไปเที่ยวทะเลหลายๆแห่ง ทำให้ได้เห็นทะเลในอีกมุมที่แตกต่าง
เวลาทะเลน้ำขึ้น ผืนน้ำจะดูราบเรียบนิ่งสงบดูแล้วสบายตาสบายใจทะเลบางแห่งเวลาน้ำลงก็ยังสวยเดินเล่นได้สบายๆแต่บางแห่งก็อาจจะเผยอีกด้านของทะเลที่ไม่สวยงามออกมาให้เราเห็นหินโสโครกก้อนใหญ่ๆแหลมคมโผล่ออกมาท่ามกลางหลุมในทะเลมากมายดีไม่ดีขืนไปยืนเหยียบเล่น อาจจะลืนหกล้มเอาง่ายๆ
แง่คิดจากทะเลน้ำขึ้น-น้ำลง ทำให้ผมนึกถึงเรื่องการทำธุรกิจ...เวลาสินค้าขายดิบขายดี มีลูกค้าตอบรับมากๆยอดขายกำลังไปได้สวย เรามักย่ามใจคิดว่าสถานการณ์ทุกอย่างเราควบคุมได้
เวลวนั้นไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซัพพลายเออร์ ทุกคนพร้อมจะวิ่งเข้าหา ช่วยเสนอทางเลือกใหม่ๆ กระตุ้นธุรกิจของเราให้ขยายตัวขึ้น
ตอนที่เรายังมีเงินทุนมากมาย จะหยิบจะจับทำอะไรก็ทำได้ง่ายๆความคิดของเราจะเป็นอีกแบบ เราอาจจะมองข้ามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆไป เพื่อให้การทำธุรกิจทุกอย่างสะดวกรวดเร็ว
ไม่ต่างจากตอนนี้ที่น้ำทะเลยังสูงขึ้น อยากจะว่ายน้ำในทะเลก็ทำได้เต็มที่ แต่ภาพสวยงามที่เราเห็นมักจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นทั้งหมด
เวลาธุกิจขาขึ้นก็เหมือนกับตอนน้ำขึ้นในทะเล น้ำทะเลจะปิดบังปัญหาที่เรามองข้ามไปหมด
คลื่นใต้น้ำมักก่อตัวขึ้นในยามที่ทะเลนิ่งที่สุดโดยที่เรไม่ทันระวังตัว จนกระทั้งคลื่นใต้น้ำก่อตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆมรสุมใหญ่ทางธุรกิจก็จะมาปรากฏให้เราเห็นเพียงชั่วพริบตา
เหมือนกับตอนที่บริษัทยังไปได้ดี ตอนที่คุณยังมีประโยชน์ ตอนที่คุณเป็นคนที่ถูกใจ รวมถึงตอนที่คุณยังมีอำนาจ เชื่อเถอะว่าตอนนั้นคุณจะยังมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของคนรอบข้าง และคนใกล้ตัวจนกว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรบ้างอย่างขึ้นมา
เมื่อวันที่บริษัทลำบาก วันที่เรามีปัญหา ถ้ามองอีกด้านนั้นก็จะเป็นวันที่เราเห็นตัวตนทีทแท้จริงของคนรอบข้าง
ในช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือซัพพลายเออร์จะยินดีช่วยยืดเวลาชำระเงินให้หรือไม่ มีเพื่อนคนไหนเข้ามาช่วยคุณบ้าง จะเหลือพนักงานบริษัทสักกี่คนที่กล้าพร้อมเดินหน้าใหม่ไปด้วยกันกับคุณ
จะว่าไปแล้วก็เหมือนคุณผู้หญิงนะครับ...เวลาที่คุณยังสาว ยังสวย หนุ่มๆก็จะขยันมาจีบขยันมาดูแลจนสับรางไม่ทัน
แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดโดนรถชนขาหักเข้า ก็ได้เวลาพิสูจน์รักแท้แล้วละครับว่า จะมีใครอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณในสภาพไม่เต็มร้อยหรือไม่
ไปเที่ยวทะเลกับคนข้างตัวคราวหน้า อย่าดูเฉพาะเวลาน้ำขึ้นเท่านั้นนะครับ...ดูด้วยว่าเมื่อน้ำลดแล้วตอผุดหรือเปล่า
พบกับข้อคิด มุมมองทางธุรกิจและการใชชีวิตแบบ 360 องศาที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผมได้ใน "วิถีตัน"ทางกรุงเทพธุรกิจทุกวันจันทร์
พร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยติดตามเรื่องราวดีๆใน Facebook กับผมได้ที่ http://www.facebook.com/tanmaltan--จบ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น