กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ 16 พ.ค. 2554
นอกจากเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า "ปัญหา" ธุรกิจที่ไม่เคยปลอดการแข่งขันของผมยังมีเพื่อนสนิทชื่อว่า "คู่แข่ง"
ผมเคยแพ้ เคยชนะ เผชิญกับความล้มเหลวมากพอที่จะไม่กลัวการแข่งขัน
คนที่มีต้นทุนชีวิตต่ำคนหนึ่งจึงสามารก้าวจากจุดตั้งต้นจากแผงขายหนังสือเล็กๆ ไต่ข้าม "ยอดเขา" หลายต่อหลายลูกที่สูงชันขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งเจอคู่แข่งธุรกิจที่เก่งกว่าเท่าไหร่ ยิ่งท้าทายให้ต้องพัฒนาตนเองให้สูงขึ้นไปเท่านั้น
คู่แข่งจึงไม่ใช่คู่แค้น แต่คู่ชกที่ดีจะเป็นแรงส่งให้เราไม่ย่ำอยู่กับที่
กล้าออกจากพื้นที่ปลอดภัย หรือ Comfort Zone ที่คุ้นเคย..ก้าวกระโดดไปสู่โอกาสใหม่ๆ
เช่นเดียวกับการไม่มีความมั่นคงปลอดภัยบนเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยภัยธรรมชาติ ทำให้คนญี่ปุ่นดิ้นรนแข่งขันมุ่งมั่นจนพัฒนา "ความเป็นที่สุด" ในหลายด้าน
ขณะที่คนไทยคุ้ยเคยกับคำว่าสบายๆ บนผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เราจึง "ไม่มี" ในสิ่งที่คนญี่ปุ่น "มี"
ผมจึงเชื่อมั่นในปรัชญาการแข่งขันที่ทำให้โลกของเราไม่หยุดนิ่ง
ชีวิตจะแห้งแล้วแค่ไหน หากคูหาเลือกตั้งมีแค่พรรคเดียวให้ลงคะแนนมีหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวให้อ่านมีทีวีช่องเดียวให้เปิดดู ถ้าไม่มีคู่แข่ง ไฉนเลยจะรู้ว่าความสามารถในตัวคุณเจ๋งแค่ไหน
ฟุตบอลแมทช์หยุดโลกที่เร้าใจคนดูที่สุด ก็เพราะการแข่งกันยิงประตูของนัดฟาดแข้ง "ตัวจริง" ในสนาม
แต่อย่างแข่งขันในทางที่ผิด ห้ำหั่นกันอย่างสงครามนองเลือด ในสนามธุรกิจไม่มีใครให้ฆ่าแกง มีแต่ต้องแข่งกันเป็น "ที่หนึ่ง" ในใจลูกค้า
เราแข่งขันกันเพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกที่ดี "ดีที่สุด" ได้เสมอ..แต่อย่าทำลายกัน
บางครั้งเรามักกลัวที่จะพ่ายแพ้ จนพาลให้เกลียดกลัว "คู่แข่ง" เป็นศัตรูหัวใจที่อยากกวาดล้าง หนักกว่านั่นคือใช้ความรุนแรง กำจัดเสี้ยนหนามธุรกิจ
ชัยชนะที่ช่วงชิงมาอย่างไม่สมศักดิ์ศรี หรือ แพ้อย่างมีเกียรติ ชนะใจคู่แข่งและคนดู..อย่างไหนที่คุณเลือกจะเป็น
ไม่ว่าจะเกมชีวิต หรือเกมธุรกิจ ไม่มีใครหรอกครับจะชนะทุกอย่างที่ขวางหน้า
ดังนั้น อย่าวิ่งหนีการแข่งขัน อย่ารังเกียจความพ่ายแพ้แต่เราต้องอยู่ร่วมกับมันให้จงได้
ความพ่ายแพ้ถือเป็น "ครู" แม้แต่มหาวิทยาลัย หรือกูรูมาร์เก็ตติ้งคนไหนก็สอนให้ไม่ได้ จนกว่าคุณจะเจอคู่แข่งที่แท้ด้วยตัวเอง นักสู้ที่ดีจะชื่นชมคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ในวันที่คุณยอมรับความพ่ายแพ้ให้ "คู่แข่ง" เป็นครูสอนเรียนรู้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง วันหนึ่งคุณก็อาจกลับมาเป็นผู้ชนะที่แท้ แม้แต่คู่แข่งยังต้องยกนิ้วให้
ไม่แน่นะครับ วันใดวันหนึ่งคุ่แข่งเก่งๆ อาจกลายมาเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จของคุณ
หุ้นส่วนของผมคนหนึ่ง "คุณจู" ฐิติมา ศรีอุทัยศิริวงศ์ เราเคยเป็นคู่แข่งกันสมัยธุรกิจเสริมความงามบูมใหม่ๆ ที่เมืองชลฯ
จุดเด่นของคุณจูเป็นผู้หญิงสวย บริหารร้านและเอาใจลูกค้าเก่ง ส่วนจุดเด่นของผมคือ ทำเลร้านหัวมุม และกลยุทธ์มาร์เก็ตติ้งดึงดูดลูกค้า
ธุรกิจของเราชิงไหวชิงพริบกันน่าดู แต่เราไม่เคยหมางใจกัน แข่งขันกันแต่ไม่ฆ่ากัน
จนกระทั่งคุณจูแต่งงานไปอยู่กรุงเทพฯ ส่วนผมหันมาทำธุรกิจกอสังหาฯ คุณจูก็ยังกลับมาช่วยอุดหนุนโครงการของผม
เมื่อผมย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนเก่าคนนี้ยังคอยช่วยให้คำแนะนำปรึกษา จนกลายมาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกันมากว่า 18 ปี
จากธุรกิจแรกสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงาน ขยายสู่ธุรกิจโออิชิ จนกระทั่งผมกลับมาเริ่มต้นธุรกิจใหม่
อดีต "คู่แข่ง" ของผมคนนี้ ยังคงเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในบริษัทไม่ตัน
มิตรภาพระหว่างผมกับคุณจูเกิดขึ้นได้เพราะเราเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่ยอมรับความสามารถกันและกัน
เพราะ "คู่แข่ง" ไม่ใช่ "คู่แค้น" ผมจึงมี "เพื่อนสนิท" ที่ทำให้ผมมีวันนี้ครับ
พบกับข้อคิด มุมมองทางธุรกิจและการใช้ชีวิตแบบ 360 องศาที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผมได้ใน "วิถีตัน" ทางกรุงเทพธุรกิจทุกวันจันทร์ พร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยติดตามเรื่องราวดีๆ ใน Facebook กับผมได้ที่ http://www.facebook.com/tanmaitan--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น