วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิถีตัน ตอน 3 บทเรียนจากทะเล


กรุงเทพธุรกิจ ฉบับจันทร์ 7 ก.พ. 54

 ครเคยออกทะเลไปตกปลาหมึกบ้างครับ
  การตกปลาหมึกจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก คุณว่าไหมครับ  ถึงจะแค่โยนเหยื่อแต่ก็ต้องมีความชำนาญ
  ลองตกปลาหมึกแรกๆ มือใหม่อย่างผมแข่งสู้คนอื่นไม่ได้เลย
ยังตกไม่เป็น ไม่รู้จังหวะ

            ออกทะเลครั้งที่สอง ผมก็ยังตกได้น้อยกว่าใคร  คนตกปลาหมึกเก่งๆเดี๋ยวเดียวเขาได้แล้วสิบตัว ผมยังไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว
            ครั้งที่สาม ผมเลยคิดใหม่เปลี่ยนมาใช้วิธีตกปลาหมึกในแบบผม
แทนที่จะโยนเหยื่อทีละตัว คราวนี้ผมลงทุนตั้งกระบะเสียบไม้วางเหยื่อพร้อมกันทีเดียว 9 อัน
สุดท้ายวันนั้นผมได้ปลาหมึกกลับบ้านสมใจ..มากกว่าใครหมด
เมื่อต้องแข่งกับคนที่เขาชำนาญ แต่เราไม่ชำนาญ ผมจะสู้เขาได้อย่างไรก็ต้องใช้จำนวนเข้าสู้
ถึงจังหวะไม่ดี แต่เหยื่อเราเยอะกว่าทำให้โอกาสมากขึ้น
เหมือนมีเบ็ดตกปลาทีละหลายอัน โอกาสจะได้ปลาก็มากขึ้น
ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน..บางคนเก่ง บางคนไม่เก่ง คนเก่งๆเขาทำเพียงนิดเดียว ใช้เวลานิดเดียว..เดี๋ยวเดียวสำเร็จ
ถ้าเก่งสู้เขาไม่ได้ ทางเดียวที่จะทำได้ให้เท่ากับเขาหรือมากกว่า มีแต่ต้องทำให้มากกว่า 2 - 3 เท่าหรืออาจจะมากกว่านั้น
ย้อนไปสมัยตอนเริ่มเปิดตัวโออิชิกรีนทีใหม่ๆ สินค้าคู่แข่งล้วนแล้วแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในตลาด เงินทุนเราอาจจะสู้เขาไม่ได้ ต้องใช้ทฤษฎีจำนวนเข้าสู้
อาศัยความขยันและทำให้มากกว่า  เขาทำอะไรเราก็ทำ..เขาโฆษณา เราก็โฆษณา
แต่สิ่งที่เราทำมากกว่า คือ ทำในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำด้วย
สมัยนั้นฝ่ายอีเวนท์ของเราเป็นแผนกที่ใช้คนเยอะมาก ทำงานกันตัวเป็นเกลียว
งานเล็กงานน้อยเราไปหมด คนมากคนน้อยเราไม่เกี่ยง ขอให้ได้ออกไปพบปะกับลูกค้า
ถึงจะแค่งานระดับอำเภอ ระดับโรงเรียนเล็กๆ จะไกลจะใกล้ที่ไหนเราก็ไป
บางคนคิดว่าสู้ด้วยจำนวนของเขา คือ เจาะตลาดใหญ่ที่มีคนเยอะๆ
            แต่สำหรับผม ถ้าอยากจะครองมาร์เก็ตแชร์ มียอดขายเพิ่มขึ้น อย่ามองข้ามตลาดเล็ก
            การสู้ด้วยจำนวนของผม คือ การที่ต้องทำงานเหนื่อยกว่าหลายเท่า ต้องขยันออกไปพบ ไปสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าทุกวัน
            เก็บสะสมทีละเล็กละน้อย ความผูกพันเหล่านี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว...
            ออกทะเลไปคราวนั้นจำได้ว่าเช่าเรือลำใหญ่มาก เดินลงไปสำรวจข้างล่างเห็นเขากั้นเป็นห้องใต้ท้องเรือแบ่งเป็นห้องๆ
แปลกใจไหมครับทำไมถึงไม่เป็นพื้นโล่งๆ แต่ต้องมีห้องกั้นไว้หลายๆห้อง
เพราะเวลาเรือออกทะเลมีโอกาสจะชนอะไรก็ได้ ถ้าไม่มีห้องช่วยกักน้ำกั้นไว้หลายๆห้อง เรือรั่วเดี๋ยวเดียว น้ำทะลัก เรือจมแน่ครับ
            เรื่องนี้สอนผมอย่างมากในการทำธุรกิจที่ต้องคิดถึงการกระจายความเสี่ยง
            หลังจากเริ่มต้นจากธุรกิจเวดดิ้งในที่ดินทองหล่อ ผมเลยแตกธุรกิจใหม่สู่โออิชิด้วย กระทั่งต่อมาขยับขยายเป็นธุรกิจหลัก..
            เวลาเจอคู่แข่งที่มีจุดอ่อนมากๆ อุปสรรคทะลักรูเดียวเขาก็รั่วหมดแล้ว
            ชีวิตบางคนภูมิคุ้มกันไม่มากพอ เจอมรสุมกระแทกนิดหน่อยก็แทบจะอับปาง เพราะเขายังมีห้องกั้นน้ำไม่พอ 
            แล้วคุณล่ะครับ ใต้ท้องเรือมีห้องกั้นน้ำแล้วกี่ห้อง พร้อมแค่ไหนกับการออกทะเล ?  

----------------------------------


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น