วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิถีตัน ตอน 4 ออมกับตัน

กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ 14 กุมภาพันธ์ 2554

          ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ไม่ว่างานเลี้ยงนั้นจะสนุกสนานสร้างความสุขให้เราและคนรอบข้างสักเพียงใด
            วันสุดท้ายที่ต้องกล่าวคำอำลาพนักงาน นับตั้งแต่พวกเราผูกพันกันมาตลอด 11 ปีเต็มจนกลายเป็นครอบครัวอบอุ่นในบ้านหลังใหญ่โออิชิ กรุ๊ปบริษัทมหาชนที่มีพนักงานทุกระดับชั้นกว่า 5,000 คน 

            ผมตั้งใจอยากจะมอบขวัญขวัญพิเศษสักชิ้นที่มีความหมายดีๆเพื่อขอบคุณความรู้สึกดีๆที่พวกเขามอบให้เป็นของขวัญชิ้นโตสำหรับผม
            เมื่องานเลี้ยงที่แสนประทับใจของพวกเราสิ้นสุดลง คืนนั้นผมเลือกที่จะมอบกระปุกออมกับตันที่สั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะให้กับทุกคนในงาน
            ข้างกล่องใส่กระปุกมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า
            จำได้ไหมสมัยเด็กๆ ที่คุณหยอดกระปุกเพื่อเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่หนอมันจะเต็ม พอถึงวันที่กระปุกเต็มแล้วต้องทุบ ทั้งดีใจที่จะได้ของเล่นใหม่ แต่ก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
            การออม..ทำให้เราสุขใจ ปลอดภัย และมั่นคง แต่การใช้เงิน สร้างสุขได้เพียงประเดี๋ยวประด๋าว
            ความเต็มไม่ได้วัดด้วยมูลค่าของเหรียญที่หยอดลงไป แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอและความตั้งใจจริง
            ผมอยากบอกพวกเราทุกคนว่า การออมเหมือนเป็นการฝึกจิตใจ ฝึกฝนนิสัย ให้มุ่งมั่นตั้งใจจนบรรลุเป้าหมาย
            ลองเริ่มต้นจากความสำเร็จเล็ก ๆ ด้วยกระปุกออมกับตันใบนี้ ผมเชื่อว่าต่อไปไม่ว่าเรื่องไหนๆ เราก็สามารถทำให้สำเร็จได้ ..Saving is the best way to practice everything”
             กระปุกอ้วนๆ หลายสีเหล่านี้ดูผ่านๆ ก็คงเหมือนกระปุกออมสินทั่วไป
             หากแต่ความตั้งใจจริงของผมตั้งใจสื่อความหมายมากไปกว่านั้น
            สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการออมเงิน คือ คุณต้องออมนิสัย ออมความพยายาม ออมความมุ่งมั่น ออมความตั้งใจ 
            ผมต้องการให้กระปุกออมกับตันเป็นสัญลักษณ์ของการมุ่งมั่นทำอะไรอย่างสม่ำเสมอเพื่อไปให้ถึงฝันที่ตั้งใจไว้
            นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มหยอดเหรียญลงกระปุกแล้วทำให้เป็นความจริงขึ้นมา
            มีคนถามผมตลอดเวลาว่าทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
            ทั้งๆ ที่พวกเขาทั้งประหยัด ทั้งขยัน ทั้งอดทนต่อสู้ทำตามแบบอย่างคนที่ประสบความสำเร็จ ทำมาแล้วทุกอย่าง
            แต่ทำไมธุรกิจของเขาถึงยังล้มลุกคลุกคลานไม่เป็นท่า คำตอบที่ผมมักจะพูดบ่อยๆก็คือ เพราะคุณยังทำไม่พอไงล่ะครับ
             คนเราจะมีแต่ความมุ่งมั่นอย่างเดียวไม่พอ จะก้าวสู่ความสำเร็จได้ยังต้องขยันทำอย่างสม่ำเสมอ ทำอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไม่ท้อถอย
             ตลอด 30 ปีของการทำธุรกิจ ผมผ่านประสบการณ์ล้มแล้วลุก..ลุกแล้วล้ม..แล้วก็กลับมาลุกขึ้นใหม่ ครั้งแล้วครั้งเล่า
            ก้าวได้ถึงวันนี้เพราะผมยังสู้ต่อ..ยังทำต่อไป..ไม่เคยถอดใจ    
            เราทุกคนล้วนต้องเจออุปสรรคไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งทั้งนั้น แต่บางคนเจอครั้งเดียวก็เลิกแล้ว
            ในขณะที่บางคนยังกัดฟันสู้ต่อเจอครั้งที่สอง ครั้งที่สามก็ยังไม่ยอมแพ้ แต่พอมาถึงครั้งที่ห้าสิบกลับถอดใจไปตรงนั้น
          กฎของการประสบความสำเร็จในธุรกิจไม่ได้อยู่ที่คุณคิดได้ก่อนใคร คุณเริ่มทำก่อน หรือใครทำมากกว่า แต่ทั้งหมดคือการมุ่งมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ยอมแพ้
            ก็เหมือนกับการหยอดกระปุกนั่นแหละครับ
            ไม่ว่าคุณจะหยอดครั้งละหนึ่งร้อยบาท หรือจะหยอดครั้งละบาท ถ้าคุณหยอดมันทุกวันมันก็ต้องเต็มจนได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
            ทำธุรกิจก็เหมือนกัน...ถ้าใส่ความพยายามและความอดทนเข้าไปในชีวิตทุกวัน คุณก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเข้าสักวัน
            ไม่มีใครหลุดจากกฎนี้ไปได้ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะหยุดทำแค่นั้นเองครับ
-----------------------------


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น