วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิถีตัน ตอน 14 ความรู้นอกตำรา...ปรัชญานอกห้องเรียน

กรุงเทพธุรกิจ  จันทร์ 24 เม.ย. 2554
          ถ้าเป็นไปได้ทุกคนอยากให้ "ดวงดี" เกิดขึ้นกับตัวเองเสมอ
          แต่เมื่อโชคชะตาไม่เป็นอย่างที่เราคิด แทนที่จะโทษไปที่โชคดีไม่ดี ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ
          ผมเชื่อว่า "ปัญหา" ต่างๆ ล้วนเป็นบททดสอบ ฝึกชีวิตของเราให้รู้จักคิด "แก้ไข"

          สมัยที่ผมทำธุรกิจสตูดิโอถ่ายรูปแต่งงานเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ครั้งหนึ่งเคยต้องไปออก "เวดดิ้งแฟร์" งานใหญ่
          งานนั้นร้านของเรา 20 ร้านลงทุนไปเยอะมาก เดิมพันการแข่งขันสูง คู่แข่งก็เยอะ
          แต่ผลจับฉลากโชคกลับไม่เข้าข้าง ได้ทำเลไม่ดี เสียเปรียบคู่แข่งทุกประตู...ถ้ามัวแต่โทษดวงเป็นข้ออ้างเพื่อ "แก้ตัว" แทนที่จะ "แก้ไข"
          "ความพ่ายแพ้" จะมายืนดักรอต้อนรับเราแน่ๆ ตั้งแต่ไม่ทันลงสนาม
          เมื่อเข้าตาจนจริงๆ ผมเลยขอดับเครื่องชน ปลุกระดมขวัญกำลังใจพนักงานครั้งใหญ่
          ก่อนจะถึงงานเวดดิ้งแฟร์ เราสั่งจองโรงแรมจัดงานเลี้ยงฉลองยอดขายล่วงหน้า งานนี้เราชนะแน่!
          ทุกคนงงๆ ครับ แต่งานเลี้ยงคืนนั้นสนุกมาก พนักงานทุกคนหัวใจฮึกเหิม
          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ท้ายที่สุดจบงานนั้นเราเลยได้เฮ!ฉลองชัยชนะกันจริงๆ
          ยุทธวิธีรบแบบทุกหม้อข้าวตัวเองก่อนออกศึกคราวนั้น ผมได้อิทธิพลมาจากเรื่อง "สามก๊ก"ครับ
          พูดจริงๆ ว่าผมไม่รู้หรอกและจะไม่ได้ด้วยซ้ำครับว่าจะต้องไปพลิกเปิดตำรวสามก๊กหน้าไหนถึงจะเป็น "ฮาวทู" เพื่อใช้แก้ปัญหา แต่ผมเชื่อว่าในยามคับขันสถานการณ์ที่จำเป็น "คลังสมอง" ของเราจะเปิดลิ้นชักหยิบวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้จากทุนความรู้รอบตัวที่เราสั่งสมไว้...เป็นไปโดยอัตโนมัติ
          เหมือนกับที่ผมนึกถึงยุทธวิธีนี้จากหนังอมตะสามก๊กเก่าๆ ที่เคยดูไว้นานแล้วในยามหลังพิงฝาคิดว่าจะหาทางออกแก้หมากรุกธุรกิจเกมนี้อย่างไร
          ในชีวิตของผม เรียนน้อยจบ ม.3 แต่ชอบดู ชอบถาม ชอบสังเกตการณ์จากทุกเรื่องที่อยู่รอบตัว
          ความเป็น "นักเรียนรู้ตลอดชีวิต" ของผมไม่เคยมีวันจบการศึกษา
          อย่าไปคิดว่าความรู้ต้องหาได้เฉพาะในตำรา หรือห้องเรียน
          ความรู้บางอย่างอาจจะได้จากการทำงานจริงๆ การดูละครดูจากหนัง ฟังจากคนอื่นเล่ามา จากการสังเกตจากสิ่งต่างๆ รอบตัวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาเหล่านี้ ถ้ารู้จักเก็บไปคิด ตกผลึกสะสมออมเอาไว้มากเท่าไร ก็เหมือนกับเรายิ่งขุดคลองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
          เหมือน "คลองสองชั้น" ในกรุงเกียวโตที่ผมมักจะนึกถึง มองเผินๆ คลองนี้ขุดไว้ใหญ่มากถึงสองชั้น แต่ปกติจะถูกใช้ไว้เป็นพื้นที่สำหรับขายของ
          คนที่นั่นบอกว่าทุกๆ สิบปีที่นี่จะมีน้ำหลากและพายุรุนแรงเกิดขึ้นหนึ่งครั้งคลองที่ขุดไว้นี้จึงได้ใช้ประโยชน์จริงๆ ในยามวิกฤติครั้งสำคัญ
          ในชีวิตคนเราก็เหมือนกัน การอ่านหนังสือ การดูหนัง การเปิดตาดูหูฟังอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่รอบตัวเรา ก็เหมือนกับ ขุดคลองรับน้ำบางคนดูแล้วไม่ได้เก็บ ไม่ได้สะสมเอาไว้ใช้
          แต่บางคนถ้าดูแล้วสะสมเอาไว้ คลองที่ขุดไว้จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
          วันหนึ่งเมื่อถึงคราวพายุคับขันจำเป็นขึ้นมา คลองใหญ่ๆ นี้จะเป็นประโยชน์ที่สุด
          กลายเป็น "ตัวช่วย" ให้เราผ่าทางตัน แก้ไขสถานการณ์ในยามคับขัน
          ถ้าไม่หยุดขวนขวายใฝ่ที่จะเรียนรู้ขยันขุดคลองเก็บความรู้เก็บประสบการณ์รอบตัวไว้เรื่อยๆ
          ไม่วันใดก็วันหนึ่ง คุณอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากคลองใหญ่คลองนี้...
          พลิกวิกฤติให้เป็นความสำเร็จได้ครับ
          "การอ่านหนังสือ ดูหนัง เปิดตาดูหูฟัง สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เหมือนกับขุดคลองรับน้ำ บางคนถ้าดูแลแล้วสะสมคลองที่ขุดไว้จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ"--จบ--
          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น