ตอนตัดสินใจลาออกจากโออิชิ รู้ไหมครับผมคิดอะไร ? จากคนที่เคยเริ่มต้นจาก“ติดลบ”สามารถมีวันนี้ได้
ไม่ว่าจะความสำเร็จหรือฐานะทรัพย์สิน
ทุกอย่างเกินกว่าที่ผมฝันไว้แล้ว
คงไม่กล้าบอกว่า ตัวเองรวยแล้ว เพียงแต่รู้สึกว่า“เพียงพอ”
บางช่วงบางตอนคนเรามักสนุกกับการทำงาน จนหลงลืมใช้ชีวิต
หันกลับมาอีกที“ตัวเลข”กลับไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขเหมือนเดิม
จากที่เคยสนุกกับการแข่งขัน มีเป้าหมายผลประกอบการและกำไรไว้ให้พุ่งชน
ถึงจุดๆหนึ่งสอนให้ผมรู้จักกับคำว่า“พอ”
คำถามคือลาออกจากโออิชิ แล้วชีวิตจะเอาอย่างไรต่อไป ?
“จะทำอะไร ทำเพื่ออะไร จะทำไปทำไม แล้วจะทำอีกเหรอ?”ผมถามย้ำซ้ำๆกับตัวเอง
ยังเร็วเกินไปที่จะเกษียณตัวเองไปพักผ่อนในวัย 52
ในขณะที่มีความพร้อมทุกอย่างมากมายในมือ
ทั้งทุน ชื่อเสียง ประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานที่ดี
ที่สำคัญผมยังชอบความท้าทาย ยังชอบคิดอะไรแปลกๆ สนุกๆ
ในเมื่อมีวันนี้ได้ เพราะเคยได้รับ“โอกาส”มาก่อน
ผมจึงอยากทำหน้าที่ส่งต่อโอกาส
เปลี่ยนฐานะจาก“ผู้รับ”มาเป็น“ผู้ให้”บ้าง
วันนี้ทั้งผมและภรรยา (คุณอิง ภาสกรนที) เรามีเป้าหมายร่วมกัน
นับแต่นี้จะใช้เงินของเราทำอะไรก็ได้ที่มี“ความสุข”
ความสุขไม่ได้แปลว่าเราต้องซื้อทรัพย์สิน
ความสุขไม่ได้แปลว่าต้องบริโภค ต้องสะสมความมั่งมี
บางคนเข้าใจว่า มีเงินแล้วมีความสุข
จริงๆแล้วเงินเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานขั้นต้น มากไปกว่านั้นเงินแทบจะไม่มีความหมาย
ความสุขจึงไม่ได้เป็นสินค้าผูกขาดสำหรับคนรวย
คนเราสามารถมีความสุขได้หลายอย่าง
สิ่งที่ทำให้ผมมี“ความสุข”ในช่วงหลัง คือ การได้ช่วยเหลือสังคม
ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายถ่ายทอดประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ หรือการจัดกิจกรรมช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน
การได้เห็น“รอยยิ้ม”ของคนที่“ได้รับ”เป็นความสุขใจอย่างหนึ่งของผม
เมื่อจะบุกเบิกธุรกิจใหม่อีกครั้ง ผมอยากทำธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งแต่เงินๆๆและกำไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง
แต่เป็นธุรกิจเพื่อ“ภารกิจ”ความสุข..ที่ต้องดูแลสังคมควบคู่ไปด้วย
เป้าหมายในการเริ่มต้นบริษัท ไม่ตัน จำกัด ทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาทครั้งนี้ เงินปันผลของผมและภรรยาที่ถือหุ้นอยู่จะแบ่ง 50% มอบให้กับมูลนิธิตันปัน ตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินการเป็นต้นไป
จนเมื่อผมอายุครบ 60 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เดือน 9 พ.ศ.2562 จะเพิ่มสัดส่วนเงินบริจาคไม่ต่ำกว่า 90% ให้กับมูลนิธิตันปันตลอดไป เพื่อใช้ในการพัฒนาการศึกษาและสิ่งแวดล้อม
8 ปีนับจากนี้ ผมจะมุ่งมั่นที่จะสร้างบริษัท ไม่ตัน ให้เป็นธุรกิจเพื่อภารกิจของ มูลนิธิตันปัน และ“เป้าหมาย”ของผมนับจากนี้ ไม่ใช่ “การได้รับ”แต่เป็น”การให้”
ผมเชื่อเสมอว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะ”เป็น”ได้ และวันนี้ ผมเลือกแล้ว
----------------
หมายเหตุ : พบกับข้อคิด มุมมองทางธุรกิจและการใช้ชีวิตแบบ 360 องศาที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผมได้ใน“วิถีตัน”ทางกรุงเทพธุรกิจทุกวันจันทร์ พร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยติดตามเรื่องราวดีๆ ใน Facebook กับผมได้ที่ http://www.facebook.com/tanmaitan

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น